Somsak Puechpian
ประวัติส่วนตัว

ชื่อ เด็กชายสมศักดิ์ นามสกุล พืชเพียร  ชื่อเล่น นิว

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 1  เลขที่ 2

อาจารย์ที่ ปรึกษา อ.บำเพ็ญ  โมราวงษ์

            

เกิดวัน พุธ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535

อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 15 ตำบล นาดี อำเภอ นาดี

จังหวัดปราจีนบุรี รหัสไปรษณีย์ 25220

 

01:14 - 10 September 2007 - comments (0) - post comment
นครนายก

 

นครนายกเมืองในฝันที่ใกล้กรุง    ภูเขางาม  น้ำตกสวย 

                         รวยธรรมชาติปราศจากมลพิษ

 

นครนายก สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี หลักฐาน คือแนวกำแพงเนินดินและสันคูเมืองที่ตำบลดงละคร แต่ชื่อ “นครนายก” นั้นปรากฏหลักฐานในสมัยอยุธยาว่าเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันออก สมัยพระเจ้าอู่ทอง ใน พ.ศ. 2437 รัชกาลที่ 5 ทรงจัดลักษณะการปกครองโดยแบ่งเป็นมณฑลนครนายกจัดอยู่ในเขตมณฑลปราจีนบุรี จนกระทั่ง พ.ศ. 2445 ทรงเลิกธรรมเนียมการมีเจ้าครองเมือง ให้มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นแทน และในช่วง พ.ศ. 2486-2489 ได้โอนนครนายกไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรี และสระบุรี หลังจากนั้นจึงแยกเป็นจังหวัดนครนายก

จังหวัดนครนายกเดิมชื่อว่า “บ้านนา“ เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏเป็นที่ดอน ทำนาหรือเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผลและมีไข้ป่าชุกชุม ผู้คนจึงอพยพไปอยู่ที่อื่นจนกลายเป็นเมืองร้าง ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือนร้อนของชาวเมืองจึงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกภาษีนาเพื่อจูงใจชาวเมืองให้อยู่ที่เดิมทำให้มีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้น จนเป็นชุมชนใหญ่และเรียกเมืองนี้กันติดปากว่า “เมืองนายก”

สภาพพื้นที่ของจังหวัดนครนายกโดยทั่วไปเป็นที่ราบอยู่ในหุบเขาตอนเหนือและตะวันออก เป็นเนินสูงและป่าเขาติดต่อกับเขาดงพญาเย็น ส่วนทางตอนกลางและตอนใต้เป็นที่ราบลุ่ม ภูเขาที่สำคัญ คือ เขาใหญ่ เขาเขียว เขาชะโงก และเขานางรอง เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และเกิดน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง

จังหวัดนครนายก มีพื้นที่ประมาณ 2,122 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบ้านนา อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลี

 

อาณาเขต

 

ทิศเหนือ              ติดต่อกับ จังหวัดสระบุรีและนครราชสีมา    

ทิศใต้                  ติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ทิศตะวันออก       ติดต่อกับ จังหวัดปราจีนบุรี

ทิศตะวันตก         ติดต่อกับ จังหวัดปทุมธานี

 

 

สถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีดังนี้

 

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

 ตั้งอยู่ด้านหลังเขื่อนขุนด่านปราการชล  บ้านท่าด่าน  ตำบลหินตั้ง  เป็นศูนย์เรียนรู้และศึกษาทฤษฎีเกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2545 ในพื้นที่  14  ไร่ โดยออกแบบได้อย่างเหมาะสมให้ผู้เข้าชมได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน  ประกอบด้วยอาคารนิทรรศการต้อนรับนักท่องเที่ยว  อาคารประชุม  ร้านค้าและ  โรงละครกลางแจ้ง  มีแปลงสาธิตกิจกรรมกลางแจ้งตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  ด้านการเกษตร  ปศุสัตว์  และพลังงาน  โดยจัดแปลงสาธิตประกอบด้วยทางเดินโดยรอบ  ให้ผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาทดลองและเรียนรู้ด้วยตนเอง  อาทิ

       แปลงป่า  3  อย่าง  ประโยชน์  4  อย่าง  คือ  ไม้ผล  ไม้ฟืน  ไม้ใช้สอย  และประโยชน์อย่างที่  4  คือ  มีป่าไม้ครอบคลุมช่วยในการอนุรักษ์ดินและน้ำส่งผลประโยชน์และสิ่งแวดล้อมอีกนานัปการ

       แปลงทฤษฎีแก้มลิง หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ที่ใช้เป็นแม่แบบในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  นั้นคือการแก้ปัญหาน้ำท่วมก็ให้ขุดคลองต่าง ๆ เพื่อชักน้ำให้มารวมกัน  แล้วนำมาเก็บไว้เป็นบ่อพักน้ำจากนั้นจึงระบายน้ำลงทะเลเมื่อปริมาณน้ำทะเลลดลง  ซึ่งเปรียบเหมือนลิงเวลากินกล้วยจะเก็บไว้ที่แก้มได้หลายลูกแล้ว ค่อย ๆ นำมาเคี้ยวกินภายหลัง

      แปลงปลูกหญ้าแฝก  ตัวช่วยสำคัญในการพลิกฟื้นปรับปรุงคุณภาพของดินให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน  และการพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดแร่ธาตุและความชุ่มชื้น รวมทั้งการบำรุงรักษาดินด้วยวิธีอื่น ๆ

       แปลงทฤษฎีใหม่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำริให้จัดแบ่งที่ดินออกเป็น  4  ส่วน  ได้แก่ ขุดสระเก็บกักน้ำ  (ร้อยละ  30)  ทำนาข้าว  (ร้อยละ  30)  ปลูกพืชไร่หรือพืชสวน (ร้อยละ  30)  เป็นที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์  (ร้อยละ  10)  เพื่อให้ราษฎรสามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างมั่นคง

       จุดสาธิตเรื่องพลังงาน  การผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่าน  เครื่องผลิตไบโอดีเซล  เครื่องผลิตแก๊สจากขยะที่จะได้ทั้งปุ๋ยน้ำชีวภาพและแก๊สไว้ใช้ในครัวเรือน  หากใครได้เข้ามาชมและศึกษาอย่างจริงจังก็สามารถนำไปเป็นต้นแบบใช้งานได้จริง

      ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ  จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครนายกบรรจุด้วยความรู้ควบคู่ความสุขตาสุขใจ  ความเพลิดเพลินที่ได้มาเยือนที่สื่อความหมายผ่านนิทรรศการทั้งภายในและภายนอกอาคาร  พร้อม ๆ กับการฝึกอบรมให้กับผู้ที่สนใจที่จะนำแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในการทำงานในชีวิตประจำวัน  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ประสานงานศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก   คุณปัญญา ปุลิเวคินทร์     โทร.08-1964-5915  คุณวริสร  รักษ์พันธุ์   โทร.08-1970-3779

 

หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คลอง 15

 

          จากอาชีพเสริมสู่อาชีพหลัก ในอดีตชาวบ้านย่านคลอง 15 ตำบลคลองใหญ่และตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์

จังหวัดนครนายก ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก และได้พัฒนาปรับเปลี่ยนท้องทุ่งให้เป็นแปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และขยับขยายพื้นที่ปลูกจนปัจจุบันพื้นที่สองฟากฝั่งถนนคลอง 15 หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด และสร้างอาชีพใหม่ให้กับชาวบ้านจนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรคลอง 15 ชาวองครักษ์

 

จุดเด่นของหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คือ เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับหลากชนิดนานาพรรณ ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีให้คัดสรรทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ บอนไซ ไม้ถัก ไม้ล้อม และอุปกรณ์ในการจัดสวนในราคาขายส่ง มีร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ทั่วทุกภาคในประเทศมาซื้อจากที่นี่ไปขายต่อ หรือหากมีโอกาสได้แวะเวียนมาท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ นักท่องเที่ยวที่หลงใหลในสีสันของพันธุ์ไม้ไม่ควรพลาดที่จะแวะชมไม้ประดับ เลือกไม้ดอก คัดไม้ล้อมเพื่อปลูกให้ร่มเงาเพิ่มความสุขและสดชื่นให้กับบ้าน หรือสถานที่ทำงาน หรือจะเลือกซื้อเป็นของฝาก ของขวัญมอบให้ในโอกาสพิเศษก็มีไม้มงคลให้เลือกมากมาย

 

จากซุ้มประตูเข้าสู่ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับด้วยระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร สองฟากฝั่งเลียบค

01:18 - 21 June 2007 - comments (0) - post comment
กรุงเทพมหานคร

      กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะ

มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้

อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร

บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515
 

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดนนทบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีดังนี้

 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

          วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เรียกกันเป็นสามัญว่า วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นอาณาบริเวณ ทางด้านหน้ามีประตูสวัสดิโสภา ซึ่งเป็นประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังเป็นทางเข้าพระอาราม สามารถติดต่อกับเขตพระราชฐานชั้นกลางได้ทางประตูดุสิตศาสดา

ประวัติความเป็นมา
           พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ พร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังและกรุงรัตนโกสินทร์ ตามประเพณีการสร้างพระอารามในพระราชฐานสมัยอยุธยา โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศล ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๗

           สถานที่ตั้ง บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

           การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย ๑, ๓, ๖, ๙, ๑๕, ๑๙, ๒๕, ๓๐, ๓๒, ๓๓, ๓๙, ๔๓, ๔๔, ๔๗, ๕๓, ๕๙, ๖๐, ๖๔, ๖๕, ๗๐, ๘๐, ๘๒, ๙๑, ๑๒๓, ๒๐๑, ๒๐๓ รถปรับอากาศ สาย ปอ.๑, ๖, ๗, ๘, ๑๒, ๒๕, ๓๘, ๓๙, ๔๔. ทางเรือ ท่าช้าง, ท่าพระจันทร์

          เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๑.๓๐ น. และเวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. บัตรเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติคนละ ๒๐๐ บาท ส่วนคนไทยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐-๒๒๒๒-๐๐๙๔, ๐-๒๒๒๒-๒๒๐๘

 

 

     พิพิธภันฑ์ดิน

   ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของอาคารที่ทำการกรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิต เขตจตุจักร จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และทันสมัยสมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย ภายในพิพิธภัณฑ์ดินแห่งนี้ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งกรมพัฒนาที่ดิน การแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการสำรวจดินยุคแรก ๆ แสดงแหล่งวัตถุกำเนิดดิน การเกิดดิน รวมทั้งงานในโครงการพระราชดำริด้านต่าง ๆ และจัดแสดงหุ่นจำลองภาคหน้าตัดดิน 62 กลุ่มชุดดินทั่วประเทศ พร้อมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บรวบรวมข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับดิน วิธีการปรับปรุงดินทั้ง 62 กลุ่มชุดดิน ที่สามารถสืบค้นหาได้ด้วยตนเอง เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างคุ้มค่า
     เปิดให้เข้าชมในวันเวลาราชการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.00 น. สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร ท่านที่สนใจทั่วไป เข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ติดต่อที่ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม โทร. 0  2579  8515

นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์เธียเตอร์)             

 

 การแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ ได้รับรางวัลการแสดงศิลปวัฒนธรรมยอดเยี่ยม จากการประกวดหุ่นนานาชาติ ครั้งที่ 10 ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เมื่อเดือนมิถุนายน 2549 โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจาก 40 ประเทศ 
 

นาฎยศาลา หรือ โจหลุยส์เธียร์เตอร์ ตั้งอยู่ที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน โรงละครเชิดหุ่นละครเล็ก เกิดขึ้นจากปณิธานความตั้งใจของ โจ หลุยส์ หรือ ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปินแห่งชาติปี พ.ศ. 2539 ซึ่งต้องการรักษาศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กมิให้หายไปตามกาลเวลา การเชิดหุ่นละครเล็กผู้เชิดจำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านการแสดงโขนมาดัวย เนื่องจากในระหว่างที่เชิดหุ่น ผู้เชิดต้องร่ายรำตามไปด้วยและในขณะเดียวกันหุ่น 1 ตัว ต้องใช้ผู้เชิดถึง 3 คน ทำให้หุ่นเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิต เรื่องราวที่นำมาแสดงเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ปัจจุบันมีคณะสาครนาฏศิลป์เหลืออยู่เพียงคณะเดียวในประเทศไทยที่สืบสานศิลปะแขนงนี้ให้อนุชนรุ่นหลังต่อไป ได้รับรางวัลดีเด่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปี 2543
โรงละครเปิดการแสดงทุกวัน เวลา 19.30 น. น. มีซุ้มสาธิตการทำหัวโขนให้ผู้สนใจในศิลปะไทยได้ชมและแกลเลอรี่หุ่นละครเล็กแสดงประวัติหุ่นต่างๆ ค่าชมการแสดง ชาวไทย 400 บาท ชาวต่างประเทศ 900 บาท โรงละครเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-21.45 น.
การเดินทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน ลงที่สถานีลุมพินี  หรือโดยสารรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีศาลาแดง ต่อรถประจำทางสาย 115
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2252 9683-4 หรือชมเว็บไซต์ www.thaipupet.com 

 

12:07 - 4 June 2007 - comments (0) - post comment

About Me


Links

Categories

Recent Entries
ประวัติส่วนตัว
นครนายก
กรุงเทพมหานคร

Friends




Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting